
ฝ่ายหญิงข่วนหน้า โมโหจนเลยเถิด! ผัดฟ้อง-นอนคุก ยกย่องพลเมืองดี
ภายหลังตำรวจคุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกร ต่อเนื่อง 6 ศพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพขณะลงมือฆ่ารัดคอนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี ภายในบ้านพื้นที่ ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ขณะคุมตัวไปชี้จุดผู้ต้องหาขอใช้สิทธิ์ไม่ไปทำแผนจุดฆ่า แต่จะให้ความร่วมมือไปชี้จุดที่หลบหนี จากนั้นคุมตัวไปชี้จุดที่ขี่รถ จยย.ไป จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม ไปต่อ จ.บุรีรัมย์ ทิ้งรถ จยย.ไว้ที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ แล้วไปที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ซื้อตั๋วรถไฟไปลงที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางถูกจับกุมเสียก่อน ชาวบ้านทราบข่าวตำรวจคุมตัวฆาตกร ไปทำแผน ต่างมาดักรอรุมประชาทัณฑ์เป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องเสริมกำลังกั้นพื้นที่ ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องใกล้ตัวผู้ต้องหา
สำหรับแนวทางการสอบสวน ถึงแม้ว่านายสมคิดจะให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ฆ่าผู้ตายเป็นเพราะบันดาลโทสะ ไม่ได้เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรอง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จากพฤติกรรมน่าจะวางแผนเตรียมการมาก่อนที่จะลงมือ อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ทำให้เชื่อว่า การก่อเหตุของนายสมคิดเตรียมการมาก่อน เพราะก่อนเกิดเหตุวางแผนหลอกให้นางรัศมีดาวน์รถให้ อ้างติดแบล็กลิสต์บัตรเครดิต ไม่สามารถออกให้ได้ ให้นางรัศมีเป็นคนจองรถ และดำเนินการทำธุรกรรมเกี่ยวกับซื้อรถแทน ก่อนออกอุบายว่าจะแต่งงานด้วย ทำทีจองโรงแรมในพื้นที่เตรียมจัดงานแต่ง ต่อมาทราบว่านางรัศมีติดขัดเรื่องการดาวน์รถ ไม่เป็นไปตามแผน โอกาสเริ่มน้อยและเริ่มตีตัวออกห่าง เพื่อกลับไปหาแฟนสาวนายสมคิดอีกคน ที่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ จ.ระยอง แต่คาดว่าผู้ตายไม่ยอม ทำให้นายสมคิดลงมือก่อเหตุดังกล่าว
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายออกจากห้องขังไปขึ้นรถตู้ของตำรวจ เพื่อนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นายสมคิดมีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีความเครียด ขณะนั้นมีชาวบ้านมาดักรอผู้ต้องหาที่หน้าโรงพักเป็นจำนวนมาก เมื่อเห็นตัวฆาตกรโหดต่างตะโกนด่าสาปแช่ง พยายามเบียดตัวเข้ามารุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถทันที
พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช กล่าวว่า ตำรวจแจ้งดำเนินคดีนายสมคิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย หลังจากจับกุมจนนำมาสู่การสอบสวน และนำชี้จุดพักตามเส้นทางที่หลบหนี แจ้งข้อหาเพิ่มเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ลักทรัพย์หรือรับของโจร ผู้ต้องหารับสารภาพคดีฆ่าผู้อื่น แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เจตนาและไตร่ตรอง ส่วนข้อหาอื่นๆให้การปฏิเสธ
พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาให้การวกวน ช่วงแรกยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ภายหลังให้การปฏิเสธ ไม่ได้มีเจตนาฆ่าผู้ตาย อ้างว่าเกิดจากการทะเลาะวิวาท ผู้ตายไม่พอใจที่ผู้ต้องหาหายออกจากบ้าน แล้วไม่ไปรับผู้ตายจากที่ทำงานกลับบ้าน เมื่อผู้ต้องหากลับมาที่บ้าน ขี่รถ จยย.คันอื่น ผู้ตายหึงหวง ทะเลาะกันในช่วงเย็นวันที่ 14 ธ.ค. ด้วยสาเหตุดังกล่าวเช้าวันที่ 15 ธ.ค. ขณะที่ผู้ต้องหาลุกจากที่นอน เพื่อไปหุงหาอาหาร ผู้ตายลุกขึ้นกระชากแขน ข่วนหน้า และกัดนิ้วมือ ถอดกางเกงในปาใส่หน้า เกิดความโมโหผลักผู้ตายล้มลงใส่ที่นอน บีบคอ ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ตายยังมีสติเรียกให้เพื่อนบ้านช่วย ผู้ต้องหากลัวชาวบ้านมาจับตัว ทุกอย่างจึงเลยเถิด คว้าเอาสายไฟในบ้าน เทปกาวรัดคอจนขาดใจตายคามือ ทั้งหมดนี้เป็นคำให้การของผู้ต้องหา และให้การปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาฆ่าผู้ตาย
ผกก.สภ.กระนวนกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ จากพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตายของนางรัศมี ตำรวจพิจารณาอย่างรอบคอบ รวบรวมเอกสาร และหลักฐานแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลนั้น นำตัวผู้ต้องหาชี้ภาพถ่ายยืนยันตัวตนว่า ภาพบุคคลที่ชี้จุดต่างๆตามเส้นทางที่หลบหนีนั้น เป็นตัวตนของตัวเองหรือไม่ นายสมคิดยืนยันว่าเป็นตัวเองทุกภาพ การชี้ภาพถ่ายนั้นทำต่อหน้าทนายความอาสาที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดหาให้ เพื่อแสดงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำทุกขั้นตอนด้วยความยุติธรรม โปร่งใส ขณะเดียวกัน ผู้ต้องหาร้องขอดูทรัพย์สินที่ติดตัวไปก่อนจะถูกจับ ตำรวจนำมาให้ดู เมื่อขั้นตอนต่างๆในภาพรวมถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น คุมตัวนายสมคิด พุ่มพวง ขึ้นรถไปขังที่เรือนจำฯ ผัดแรก 12 วัน
ด้านนายไพสันต์ ขุ่ยรานหญ้า ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น กล่าวว่า เจ้าหน้าที่คุมตัวนายสมคิดเข้าเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น พร้อมตรวจสอบประวัติ และถามเรื่องสุขภาพ ปฏิบัติตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากคดีนายสมคิดประชาชนให้ความสนใจ และเกรงจะเกิดปัญหาในห้องขัง สั่งให้นายสมคิดขังเดี่ยว ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับนักโทษรายอื่น มีกล้องวงจรปิดติดตาม และเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชม.
ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารแจ้งวัฒนะ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยว่า นายสุริยะ แบ่งส่วน รองอัยการสูงสุด และตนในฐานะ ผอ.สำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เชิญนายกษิเดช หรือเรย์ เลิศอุดมธรรม และแฟนสาว พลเมืองดีแจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมนายสมคิด รับมอบเสื้อ “คนดีที่เรายกย่อง” พร้อมของที่ระลึกจากสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด หลังจากนี้โครงการในพระดำริฯ จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ เพื่อเสนอเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร “คนดีที่เรายกย่อง” ต่อไป
2019-12-20 22:21:00Z
https://news.google.com/__i/rss/rd/articles/CBMiN2h0dHBzOi8vd3d3LnRoYWlyYXRoLmNvLnRoL25ld3MvbG9jYWwvbm9ydGhlYXN0LzE3MzA5OTXSAQA?oc=5
0 Comments:
Post a Comment